Fic Hetalia

posted on 10 May 2010 17:05 by jawika-fair

ไม่ได้อัพบล็อคซะนาน วันนี้ก็ถือโอกาสมาแปะฟิคซะเลย

แต่ก่อนจะแปะฟิคขอระบายเรื่องนึงก่อนนะคะ...

ปกติเราเองก็เป็นคนที่อ้วนอยู่แล้ว หลัง ๆ มานี่ยิ่งอ้วนหนัก 

แต่มีคนตาถั่วเป็นลูกค้าของพ่อ เอาของมาขายค่ะ บอกว่าเราผอมลง เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ผอมลงก็ดีแล้วนี่นา

ทว่า ประโยคต่อมาทำเอาเราโกรธมากเลย เขาถามว่า

"กินยาลดความอ้วนมาเหรอ?" บ้าสิ ใครมันจะไปกิน ของอย่างนั้น กินไปแล้วได้อะไร นอกจากจะเป็นผลเสีย

เราส่งสายตาบอกว่าเคือง เขาก็ไม่ใส่ใจ หัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างน่าหงุดหงิด ปากเสียจริง ๆ

พ่อกับเเม่เราบอกว่าอย่าไปใส่ใจเลย เขาก็ปากเสียอยู่แล้ว แต่เราไม่ชอบมาก ๆ เลยค่ะ เหมือนว่าเขาไม่ให้เกียรติเรา ความจริงเป็นยังไงก็ยังไม่รู้ ดีแต่เดาสุ่มเดามั่ว สักวันจะตายเพราะปากกับการกระทำของตัวเอง

 

เอาเถอะค่ะ ช่างเขาไปเถอะ บอกตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าจะลงฟิค ก็แปะเลยละกันนะคะ

คำเตือน

-Axis Powers Hetalia เป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาเสียดสีประเทศและสังคม โดยตัวเนื้อเรื่องแล้ว ไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับYaoi หรือ Yuri เลย ในที่นี้ คนเขียนแต่งเพื่อสนองความอยากของตัวเอง ใครไม่ชอบก็กดปิดหน้าต่างนี้ไปค่ะ

-ในเรื่องนี้ pairing คือ เบย์เอย์ นะคะ แต่เป็นเบย์เอยืแบบYuri ผสมYaoi ใครไม่ชอบก็ตามเดิมค่ะ กดปิดหน้าต่างนี้ไปค่ะ 

 

Three days, Three girls

 

 

                กริ๊ง กริ๊ง เสียงออดหน้าบ้านเคิร์กแลนด์ดังขึ้น เรียกสายตาห้าคู่ให้มองไปยังประตูบ้าน ก่อนที่น้องชายคนเล็กจะเดินไปเปิดประตู

               

ไง อาเธอร์ สบายดีมั้ย

 

ฟรานซ์ อัลฟ์ เข้ามาก่อนสิ ฟรานซิส บองโฟว์ว่ากับอัลเฟรด เอฟ โจนส์ เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ตามด้วยอาเธอร์ เคิร์กแลนด์ คนที่ไปเปิดประตูให้

 

ดวงตาสีมรกตสามคู่มองมาอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อเห็นว่าเป็นแขกประจำ ยกเว้นชายหนุ่มพี่โตสุดของบ้านที่ตรงไปทักทายฟรานซิส ก่อนจะลากอีกฝ่ายไปนั่งดื่มไวน์ดื่มวิสกี้กันตามประสาเพื่อนเก่า

 

มีธุระอะไร อัลเฟรดอาเธอร์หันมาถามแขกอีกคนที่ยังยืนอยู่

 

เอาเอกสารมาให้ตรวจน่ะ แล้วก็จะมาปรึกษาเรื่องการประชุมวันพรุ่งนี้ด้วยอดีตผู้ปกครองเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง จนลืมไปว่าวันนี้เป็นวันหยุดที่ตนตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่แตะต้องงานใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ไม่จริง !! นายต้องไข้ขึ้นแน่ ๆ ! ปรอทวัดไข้อยู่ไหนเสียงกรีดร้องอย่างตกใจของอาเธอร์ทำให้คนอีกสามคนในห้องหันมามอง

 

มีอะไรเหรอจ๊ะ น้องอาเธอร์ไอลีน หญิงสาวคนเดียวในบ้านเคิร์กแลนด์ถามน้องชายอย่างเป็นห่วงท่ามกลางสายตาของไอร์ที่ดูจะหงุดหงิด กับสายตาของเวลส์ที่ดูงุนงง

 

ปะ เป็นไปไม่ได้อัลเฟรดขมวดคิ้วอย่างสงสัย ก็แค่เขามาปรึกษางานกับอาเธอร์ไปเกี่ยวอะไรกับที่เขาไข้ขึ้นเนี่ย แล้วอีกอย่าง ฮีโร่อย่างเขาเนี่ย ไม่มีทางไม่สบายหรอกนะ

 

มีอะไร อัลเฟรดเวลส์ ที่ดูท่าจะถามอะไรน้องชายสุดท้องไม่ได้แล้ว หันไปถามอีกคนหนึ่งแทน

 

ก็ฉันแค่บอกว่าเอาเอกสารมาให้ดูกับมาปรึกษาเรื่องการประชุมพรุ่งนี้ก็แค่นั้นเองเพียงเท่านี้ ทุกคนก็ถึงเข้าใจ ก้คนอย่างอัลเฟรด เอฟ โจนส์ ที่ชอบคิดว่าตัวเองคือฮีโร่ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ถูกต้องเสมอ เลยไม่เคยสนใจความคิดเห็น คำเสนอแนะของชาวบ้าน มาพูดแบบนี้ ถ้าอาเธอร์ไม่ลมจับก็แปลกแล้วล่ะ

 

นาย...พูดจริงหรือล้อเล่นอาเธอร์ถามด้วยสีหน้าหวาด ๆ ซึ่งอดีตเด็กในปกครองก็พยักหน้าตอบอย่างงง ๆ แต่อาเธอร์กลับถามต่อว่า

 

วันนี้...ไม่ใช่วันเอพริลฟูลใช่มั้ย

 

วันนี้วันที่ 18 ธันวาคมจบประโยค อาเธอร์ก็กำหมัดแน่นก่อนจะ...

 

อะ อาเธอร์!!”นัยน์ตาสีฟ้าใสหลังหรอบแว่นของอัลเฟรดเบิกกว้าง เมื่ออดีตพี่ชายโผเข้ากอดทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ร้อนถึงชายหนุ่มผมแดงต้องมาดึงตัวน้องชายออก

 

          ในที่สุด...ในที่สุด นายก็โตเป็นผู้ใหญ่กับเขาสักที

 

                เฮ้ ๆ เอะอะอะไรกันดังไปถึงข้างนอกโน่นสก็อตโวย ก่อนจะชะงักแ ละมองสภาพเบื้องหน้าอย่างงง ๆ ฟรานซิสที่เดินตามมาก็ขมวดคิ้ว

 

                อัลเฟรดหน้าแดงแจ๋ ทำอะไรไม่ถูก ขณะที่ไอร์ยืนหน้าบึ้งอยู่กับไอลีน ส่วนเวลส์ก็ทำตาดุใส่อาเธอร์ที่ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร

 

                เกิดอะไรขึ้นน่ะ คุณพี่ไม่เข้าใจฟรานซิสถาม เวลส์ถอนหายใจทั้งที่ยังทำหน้าหงุดหงิด ตอบฟรานซิสว่า

 

                อัลเฟรดบอกว่าจะมาคุยงานกับอาเธอร์นัยน์ตาของสก็อตเบิกกว้าง ขณะที่คุณพี่ตรงไปหาอัลเฟรดแล้วยื่นมือไปอังหน้าผากทันที

 

                แปลก ไม่ได้เป็นไข้นี่

 

                ฉันมาคุยงานนี่ มันแปลกมากเหรอ

 

                ก็ใช่น่ะสิ!”ทุกคนยกเว้นอาเธอร์กับลีนตะโกนใส่อัลเฟรดพร้อมกัน

 

                แล้วไหนล่ะ เอกสารที่ว่า  เอามาสิจะได้ดูให้อาเธอร์ถามหลังจากเช็ดน้ำตาแล้ว

 

                เดี๋ยวนะ อยู่ในกระเป๋า

 

                ปุ้ง!”ควันที่จู่ ๆ ก็พุ่งขึ้นมา บดบังทัศนวิสัยของทุกคนอย่างสิ้นเชิง เสียงร้องอย่างตกใจดังของหลายคนดังขึ้น พอมันจางไป สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็ทำให้แต่ละคนช็อคค้างไปทันที

 

                คนสามคนในกลุ่มพวกเขาหายไป แทนที่ด้วยคนอีกสามคน ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับคนที่หายไป

 

                หญิงสาวคนแรก มีเรือนผมสีทองยาวคลุมสะโพก นัยน์ตาสีมรกตดูงุนงง คิ้วขมวดมุ่น ใบหน้าหวานใสรับกับโครงหน้า  ส่วนเว้าส่วนโค้งที่เข้ากันได้เหมาะเหม็ง ดูบอบบางกว่าใครเพื่อน ทว่าก็ดูน่าทะนุถนอมกว่า

 

                หญิงสาวคนที่สอง ทั้งสูงและยังมีเรือนร่างชวนน้ำลายหก ทำให้ดูเด่น ร้อนแรง  ใบหน้าดูตกตะลึง ขณะที่นัยน์ตาสีอความารีนหลังกรอบแว่นก้มลสำรวจตนเองด้วยความตกใจ ผมสีทองยาวประบ่าล้อมกรอบไปตามใบหน้า

 

                หญิงสาวคนสุดท้าย แม้ไม่สูงเท่าหญิงสาวคนที่สอง แต่ก็ดูมีสง่าราศี ผมสีทองยาวถึงกลางหลังรับกับนัยน์ตาสีไพลิน ที่ตอนนี้เบิกกว้างราวกับช็อค

 

                นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเสียงสก็อตเอ่ยเบา ๆ อย่างตกใจ ขณะที่คอื่น ๆ ก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทำไมพวกเขาจะไม่รู้กันล่ะ ว่าหญิงสาวสามคนตรงหน้าคือ อาเธอร์ อัลเฟรดและฟรานซิส

 

                ทำไมฉันถึงได้กลายเป็นผู้หญิงเนี่ยอาเธอร์โวยวาย แม้แต่เสียงที่น่าจะเป็นชายก็กลับนุ่มหู หวานชวนฟัง

 

                น้องอาเธอร์น่ารักจังเลยไอลีนวิ่งเข้ามากอดอาเธอร์ จนเสื้อผ้าที่บัดนี้หลวมโพรกของคนโดนกอดเริ่มหลุดลุ่ยจนบรรดาพี่ชายตาลีตาเหลือกห้ามไอลีน ก่อนที่อะไร ๆ จะโผล่ออกมา

 

                ไอลีน สามคนนี้ใส่เสื้อผ้าของเธอได้รึเปล่าไอร์ถามน้องสาวสุดที่รักด้วยใบหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อ เพราะเสื้อผ้าของสามสาวที่หลวมโพรกจนน่ากลัว ถึง 1 ในนั้นจะเป็นน้องของเขา แต่อีกสองคนก็ไม่ใช่นี่

 

                ถ้าเป็นน้องอาเธอร์ล่ะก็ ใส่ได้อยู่แล้วล่ะ แต่ฟรานซิสกับอัลเฟรดนี่ไม่แน่ใจเท่าไหร่...งั้นไปลองชุดดีกว่าพูดจบก็ลากฟรานซิสกับอาเธอร์ขึ้นบันไดไป โดยที่อาเธอร์ก็ลากอัลเฟรดไปด้วย

 

 

                เวลาผ่านไปจนเริ่มเข้าสู่ช่วงเที่ยง เวลส์ลุกไปทำอาหารเที่ยงนานแล้ว ไอร์กดรีโมทดูทีวีไปเรื่อย ขณะที่ สก็อตก็เอาแต่กระดกแก้ววิสกี้เข้าปาก เมื่อนึกถึงสภาพของเพื่อนเก่า น้องชายและอดีตเด็กในปกครองของน้องชาย

 

                เสร็จแล้วค่าไอลีนวิ่งลงมาจากบันไดด้วยนัยน์ตาเป็นประกายวาววับ ทำให้สก็อตกับไอร์หันมามอง ส่วนเวลส์ก็ชะโงกหน้าออกมาจากประตูครัว

 

                ทำไมนานนักล่ะ ไอลีน พี่ให้เธอพาสามคนนั้นไปหาเสื้อผ้าใส่แทนชุดหลวม ๆ นั่น ไม่ต้องอะไรมากก็ได้ไอร์พูดหลังจากถอนหายใจ ดูท่าว่าน้องสาวของเขาคงจะลืมไปแล้วว่าสามคนนั้นเป็นผู้ชาย

 

                ไม่ได้ค่ะ สามคนนั้นต้องใส่ชุดที่เหมาะที่สุดสิคะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่สวยสิไอร์ถอนหายใจรอบที่สอง เช่นเดียวกับอีกสองคน ท่าทางไอลีนจะลืมไปแล้วจริง ๆ ด้วย

 

                อ้าว แล้วสามคนนั้นทำไมไม่ลงมาล่ะ...หรือว่าพี่แต่งให้ไม่สวยพอนัยน์ตาสีเขียวสดของไอลีนเริ่มมีน้ำใส ๆ คลอหน่วย แต่คราวนี้ไอร์เข้าใจเหตุผลของสามสาว (?) ดีจึงไม่โกรธอะไร ทว่าใครบางคนกลับไม่คิดอย่างนั้น

 

แกไปเร็ว ๆ สิ ฟรานซิส!” เสียงหวานที่มีเค้าของอาเธอร์ดังแหวมาจากชั้นสอง ตามด้วย

 

นายก็ไปเองสิ อาเธอร์เสียงที่มีเค้าของฟรานซิสดังแย้งขึ้นมาบ้าง

 

แกนั่นแหละ ไปซะ

 

ก็ได้ ๆ คุณพี่ไปก่อนก็ได้และ

 

แกไปต่อ อัลเฟรด

 

อะไรเล่า นายก็ไปก่อนสิ ฮีโร่ต้องออกไปทีหลังอยู่แล้ว

 

ฉันสั่งให้นายไป นายก็ต้องไปเดี๋ยวนี้ !!”ประกาศิตของอาเธอร์ดังเข้าหูพี่ชายทั้งสาม ให้ถอนหายใจอีก ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นหญิงสาวคนแรก

 

ฟรานซิสอยู่ในชุดชนชั้นสูงในยุคกลาง เรือนผมรวบเป็นมวยสูง ถึงแม้ว่าชุดที่สวมใส่อยู่จะเป็นชุดแบบอังกฤษ แต่มันก็ทำให้ผู้ใส่ดูสง่ากว่าเดิม และยิ่งท่าทางยามเดินลงมาจากบันไดโดยการยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นรองเท้าส้นสูงเข้ากับชุด ราวกับเป็นหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ ดูแล้วฟรานซิสไม่ค่อยเดือดร้อนใจสักเท่าไหร่ที่ต้องกลายมาเป็นผู้หญิงแบบนี้

 

อัลเฟรดเดินตามลงมา ก้มหน้างุด ใบหน้าแดงก่ำสุกเพราะชุดที่ใส่อยู่ สายเดี่ยวสีดำยาว ใส่ทับด้วยเสื้อกั๊กสีขาวตัวสั้นไร้กระดุม แบบที่ต้องมัดชายเสื้อเป็นโบว์ที่ด้านหน้า และเพราะมินิสเกิร์ตยีนส์ ที่ทำให้ดูเปรี้ยว แต่ทำให้เจ้าตัวอยากเอาหัวมุดกองแฮมเบอร์เกอร์ตลอดชีวิต รองเท้าบู้ทหนังสีดำ ยาวถึงเข่าเข้ากับชุด รวมไปถึงเรือนผมสีทองสว่างที่มัดเป็นหางม้าด้านข้าง ใบหน้าหวานไม่ได้ใส่แว่นเหมือนอย่างเคย กลับถูกแทนที่ด้วยคอนแทคเลนส์สีใส ที่ไอลีนอุตส่าห์วิ่งออกไปซื้อมา

 

อาเธอร์เดินตามมาเป็นคนสุดท้าย เชิ้ตแบบผุ้หญิงสีขาวถูกใส่อยู่ข้างใน ผูกไทลายสก็อตสีเดียวกับกระโปรงที่จับจีบรอบไม่สั้นหรือยาวจนเกินไป เสื้อไหมพรมคอวีสีครีมใส่ทับเสื้อเชิตอีกชั้น ดูเหมือนกับว่ากำลังใส่ชุดนักเรียนอยู่ ยิ่งมีรองเท้าหนังสีน้ำตาล กับถุงเท้าสีเดียวกับเสื้อไหมพรมที่ยาวถึงเข่า เส้นผมสีทองยาวปล่อยสยาย ใบหน้าหวานแทบร้องไห้กับสภาพของตัวเองในตอนนี้ และยิ่งเบ้หนักขึ้นไปอีกเมื่อนึกถึงอะไรบางอย่าง

 

ซวยแล้ว

 

มีอะไร อาเธอร์

 

พรุ่งนี้...มีประชุมนัยน์ตาของอัลเฟรดเบิกกว้างทันที แม้แต่ฟรานซิสที่ดูชิวที่สุด ก็พลอยหน้าซีดไปด้วย

เอาไงดีล่ะอัลเฟรดพูดอย่างร้อนรน ขณะที่คุณพี่ก็นิ่งคิดสักพักก่อนจะเสนอว่า งั้น ลาป่วยล่ะ

 

ไม่ได้นะอาเธอร์กับอัลเฟรดพูดพร้อมกัน ก่อนที่อาเธอร์จะขยายความว่า ก็พรุ่งนี้เป็นวันประชุมสมัชชาโลก ไม่เข้าร่วมก็แย่สิ

 

แล้วบ้านฉันก็เป็นเจ้าภาพด้วย ขาดประชุมไม่ได้หรอก

 

เฮ้อ...งั้นคุณพี่ว่าก็บอกความจริงไปเลยละกัน ไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่เหรอ

 

ตะ แต่ว่า...อาเธอร์แย้งเสียงอ่อย

 

ฉันเห็นด้วยกับฟรานซิสนะ บอกความจริงไปนั่นแหละ ดีที่สุดอาเธอร์ถอนหายใจเบา ๆ ด้วยยอมจำนนกับเหตุผล และสภาพความเป็นจริง ก็ได้แต่ทำใจล่ะนะ ที่ศักดิ์ศรีของตนอาจจะเสียไปบ้างแต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

 

เอาเถอะจ้ะ ไปทานข้าวกันก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อนไอลีนเอ่ยชวน ก่อนจะโดนไอร์ลากไปที่ห้องอาหารทันที ตามด้วยสก็อตกับฟรานซิส และเวลส์ที่ลากอาเธอร์ โดยมีอัลเฟรดเดินตามหลัง

 

 

แสงแดดยามเช้าส่องกระทบเข้ามาในห้องประชุมที่ในวันนี้ใช้รองรับเหล่าจิตวิญญาณแห่งประเทศต่าง ๆ ที่เดินทางมาเข้าร่วมประชุมสมัชชาโลก ณ สหรัฐอเมริกา

 

เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กดังไปทั่ว เริ่มจากเสียงด่าของหญิงสาวอดีตชนเผ่าบนหลังม้าที่บรรจงส่งมอบให้คู่กัดผมสีเงิน ข้าง ๆ มีคุณชายผู้สูงศักดิ์ที่กำลังสนทนาอยู่กับน้องชายของเจ้าคนผมเงิน โดยมีชายร่างเล็กส่งเสียง เว หนวกหู ถัดออกไปชายหนุ่มชาวอิตาลีใต้กำลังดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของอดีตโจรสลัดผู้ชื่นชอบมะเขือเทศ  อีกด้านหนึ่งชายหนุ่มในชุดจีนสีแดงกำลังคุยอยู่กับอดีตฮิคิโคโมริ และพื่อนร่วมทวีปที่แสนจะสุภาพอ่อนโยน หลังคนกลุ่มนี้สาวน้อยที่มีดอกพลัมประดับอยู่ที่ผมกำลังวิ่งไล่หนุ่มแดนกิมจิ โดยมีหนุ่มแกลนั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกล อีกด้านของห้อง ชายหนุ่มที่มีแก้ววอดก้าอยู่ในมือกำลังหาทางหนีจากน้องสาวสุดสยองโดยมีพี่สาวนั่งไกล่เกลี่ยให้ ขณะที่คู่พี่น้องต่างสายเลือดอย่างประเทศเป็นกลางตลอดกาล กับสาวน้อยผมสั้นน่ารักกลับนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน

 

ปัง!!”เสียงเปิดประตูเสียงดัง ทำให้เสียงพูดคุยทั้งหมดเงียบลงทันที ก่อนที่นัยน์ตาของทุกคนจะฉายแววงุนงงเมื่อเห็นคนสามคนที่เดินเข้ามา และแปรเป็นตกใจเมื่อนึกได้ว่าเป็นใคร และช็อคที่เห็นคนทั้งสามในสภาพแบบนี้

 

อัลเฟรดที่เป็นเจ้าบ้านวางทีท่าเดินเข้ามาอย่างมั้นใจทั้งที่ในใจกำลังร้องไห้ ส่วนฟรานซิสเดินมาแบบไม่สนใจอะไร ในมือมีดอกกุหลาบสีแดงสดอยู่ สุดท้ายคืออาเธอร์ที่กำลังปิดประตูอย่างแผ่วเบา ด้วยสีหน้าเหมือนโลกจะแตก

 

ได้เวลาประชุมแล้ว หัวข้อแรกที่เราจะประชุมกัน คือ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ใครที่จะเสนอความเห็นเป็นคนแรก บอกมาอัลเฟรดพูดอย่างเป็นงานเป็นการ เพราะอยากจะให้มันจบลงโดยเร็วที่สุด ทว่ากลับไม่มีใครพูดอะไรออกมา จนคนพูดหน้าเสียหันไปหาเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองคนเพื่อขอความช่วยเหลือ

 

อาเธอร์หันไปมองรอบ ๆ ห้อง พอพบว่าคนใหนห้องทั้งหมดดูเหมือนถูกสต๊าฟไว้ให้จ้องเขม็งมาทางพวกตน ก็ก้มหน้างุดหลบสายตา

 

คุณพี่ชาวฝรั่งเศสถอนหายใจกับเด็กน้อยทั้งสอง เอ่ยแก้สถานการณ์ว่า แหม ๆ อะไรกัน จ้องคุณพี่ไม่วางตาแบบนี้ คุณพี่ก็อายเป็นเหมือนกันนะ

 

อาเธอร์ที่พอจะมองเห็นทางรอด ก็ย้อนทันที อย่างแกยังอายเป็นอยู่อีกเรอะ เจ้าบ้าไวน์

 

ฉันเห็นด้วยกับอาเธอร์นะ นายยังมีความอายอยู่ด้วยเหรอ ฟรานซ์อัลเฟรดเสริมกลั้วหัวเราะ นั่งลงบนโต๊ะ ในใจนึกขอบคุณฟรานซ์ที่ช่วยแก้สถานการณ์ให้

 

แต่คุณพี่ว่านะ ก่อนจะมาพูดแบบนี้ หาทางจัดการอะไรสักอย่างกับเสื้อผ้าเฉิ่ม ๆ นั่นดีกว่ามั้ย

 

นาย!!...ฉันจะไปบอกพี่ไอลีน พี่ไอร์เอานายตายแน่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ

 

แน่จริงก็มาสู้กับคุณพี่ตรง ๆ สิ หรือว่ากลัวล่ะ

 

ไอ้บ้าไวน์ ไอ้แก่ลุงหนวด ไปตายซะ!!”

 

ปัง!!”ลุดวิกทุบโต๊ะเสียงดัง นัยน์ตาสีฟ้าดูหงุดหงิดจนสองคนที่ทะเลาะกันอยู่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของทั้งคู่สบกันราวกับจะบอกว่า ซวยแล้ว

 

ใจเย็นน่า เวสต์...ว่าแต่สภาพแบบนั้นมันอะไรน่ะ ฟรานซ์นึกนิยมแต่งหญิงขึ้นมาหรือไงกิลเบิร์ตถามฟรานซิสพร้อมรอยยิ้ม ซึ่งคนถูกถามก็ตอบเพื่อนซี้อย่างใจเย็น

 

ไม่รู้เหมือนกัน แค่ไปหาสก็อตที่บ้านเจออัลเฟรดกับอาเธอร์ อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นผู้หญิงเนี่ยแหละสงสัยเป็นเพราะอยู่ในบ้านอาเธอร์ล่ะมั้ง

 

แก!! อย่ามาโทษฉันนะเจ้าบ้า fuck you”

 

และแล้วอาเธอร์กับฟรานซิสที่ตั้งท่าจะทะเลาะกันอีกรอบก็ถูกลุดวิกจับแยก เพราะยังเหลือหัวข้อการประชุมอยู่อีกมากที่รอคอยให้หาหนทางการแก้ปัญหา

 

 

จบการประชุมเสียงสวรรค์สำหรับใครหลายคนดังขึ้น ใบหน้าของเหล่าจิตวิญญาณแห่งประเทศดูร่าเริงแจ่มใสกว่าตอนประชุมมาก ต่างรีบออกไปเพื่อตรงดิ่งกลับบ้าน เหลือเพียงอาเธอร์กับอัลเฟรดที่ช่วยกันเก็เอกสารอยู่สองคน

 

อัลเฟรดร่างที่บางกว่าเรียกขึ้น ก่อนจะยกมือแตะริมฝีปากที่หลุดเรียกชื่ออีกฝ่ายไป

 

หือ

 

...ไม่มีอะไรหรอกอาเธอร์พูด ก้มหน้าก้มตาเก็บเอกสารต่อ และพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

 

อะไรของนายเนี่ย ไม่ไหวแล้วนะ ลุง...ไม่ใช่สิ ป้า ต่างหากนี่เนอะเส้นลือดของคุณป้าเต้นตุบ ๆ นูนออกมาจากข้างขมับ ฟันขบกันแน่น

 

อย่ามาเรียกฉันว่าป้านะ เจ้าเด็กบ้า !!”

 

ฮะ ๆ ๆ อ่ะ ...อะไรเหรออาเธอร์อัลเฟรดที่หัวเราะอยู่ชะงักเสียงหัวเราะลง เมื่อเห็นว่าร่างบางอ้อนแอ้นที่ตวาดแว้ด ๆ เมื่อกี้กลับเดินเข้ามากอด

 

ขออยู่แบบนี้สักพักนะหญิงสาวที่สูงกว่ากอดร่างบางตอบ ยัน์ตาสีฟ้าใสดูห่วงใยปนครุ่นคิด ว่าอะไรที่ทำให้คนตรงหน้านี้ดูหมองลง

 

มีอะไรรึเปล่าอาเธอร์คนถูกถามส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของอ้อมกอด นัยน์ตาสีฟ้าที่ฉายแววเป็นห่วงกับใบหน้าหวานที่ไม่หยาบกร้านอย่างแต่ก่อนดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

คนตัวเล็กกว่า เขย่งเท้าขึ้นไป ร่างบางเบียดแนบชิดเข้ากับร่างสูง ใบหน้าของทั้งคู่เข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ...

 

ปัง!!”สองสาวผละออกจากกันทันที ดวงตาของทั้งคู่มองไปทางประตูอย่างตกใจ

 

พี่มารับเวลส์พูดสั้น ๆ ส่งสายตาอาฆาตไปทางอัลเฟรด ดึงมือน้องสาวออกไปจากห้องประชุมทันที โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ทิ้งให้อัลเฟรดอยู่เพียงคนเดียว

 

 

พี่...พี่เวลส์อาเธอร์เรียกพี่ชายผมแดงของตน ตั้งแต่เมื่อวานที่พี่ไปรับก็ไม่ยอมพูดกับเธอแม้แต่คำเดียว แม้แต่ตอนนี้ที่เธอเรียก พี่ก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือสักนิด

 

พี่เวลส์ โกรธอะไรเหรอเสียงที่สั่นเครือราวกับจะร้องไห้ ทำให้เวลส์ถอนหายใจ ทั้งที่ตั้งใจจะโกรธให้นานกว่านี้แท้ ๆ แต่ก็ทำใจไม่ได้ มือหนาปิดหนังสือในมือ ดึงตัวน้องสาวมานั่งตัก

 

ไม่ได้โกรธหรอก แค่ไม่ชอบอาเธอร์ขมวดคิ้วมุ่น เอียงศีรษะอย่างไม่เข้ามจ ดวงหน้างามดูงุนงง ชายหนุ่มจึงถามว่า

 

เคยเจ็บเพราะเจ้านั่นมาแล้วไม่ใช่เหรอไง ทำไมไม่จำบ้างล่ะ

 

คือว่า...

 

จะคบกับเจ้านั่นพี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอก เพียงแต่ระวังตัวบ้างสิ ไปกอดกับผู้ชายแบบนี้ มันไม่ดีนะ แล้วเธอก็เป็นผู้หญิงแล้วนะ ไม่ใช่ผู้ชาย

 

...อาเธอร์นิ่งเงียบ

 

ถึงตอนนี้เจ้านั่นจะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่รู้อะไรมั้ย ผู้หญิงกับผู้หญิง หรือผู้ชายกับผู้ชายน่ะ บางคนเขาถือนะ ระวังไว้หน่อยเวลส์ดุน้องสาวที่นั่งนิ่งเงียบ ก่อนจะถอนหายใจ พูดว่า

 

อ้อ! แล้วอัลเฟรดบอกว่าจะมารับตอนเที่ยงนะอาเธอร์ก้มลงมองนาฬิกาก่อนจะร้องออกมาดังลั่น เพราะนาฬิกาชี้บอกเวลา 11โมง 55 นาที พร้อมกับเสียงของไอลีนที่ดังขึ้น

 

น้องอาเธอร์จ๊ะ อัลเฟรดมารับแน่ะหญิงสาวลุกขึ้นจากตักของพี่ชาย เดินตรงไปที่สวนด้วยความเร็วที่แทบจะเรียกได้ว่าวิ่ง ก่อนถึงประตูบ้านก็หันกลับมาหาเวลส์ที่นั่งอยู่ ค้อมศีรษะลง พูดว่า

 

พี่เวลส์...ขอบคุณนะแล้วร่างบางก็หายลับเข้าไปในบ้าน เหลือเพียงชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงที่นั่งยิ้มอยู่เพียงคนเดียว

 

 

นายจะพาฉันมาที่บ้านนายทำไมเนี่ยอาเธอร์ถามอัลเฟรดด้วยสีหน้าหงุดหงิด แต่เจ้าตัวก็กลับไม่สนใจ ฮัมเพลงไป เปิดประตูบ้านไป

 

มีอะไรให้นายดูหน่อยน่ะอัลเฟรดตอบ  ก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้าน บรรยากาศภายในมืดสนิทเพราะเป็นยามเย็น แถมหญิงสาวร่างสูงยังปิดผ้าม่านซะรอบด้วย

 

เมี้ยวเสียงร้องดังขึ้น พร้อมกับความรู้สึกที่ว่ามีตัวอะไรสักอย่างมาถู ๆ ที่ขา ทำให้อาเธอร์รู้ว่าเจ้าสิ่งนั้น คือ แมว ประกอบกับที่อัลเฟรดเปิดไฟพอดี

 

แมวสีเทาดำเป็นริ้วตัวหนึ่งกำลังถูขาอาเธอร์อยู่ พอไฟเปิดมันก็เดินตรงไปหาคนเปิดไฟ ที่อุ้มมันขึ้นมา แล้วเดินมาหาหญิงสาวร่างบางที่ยืนอยู่

 

แมวนายเหรอน่ะ

 

เห็นมันถูกทิ้งอยู่ข้างถนนน่ะ เลยอุ้มมาเลี้ยงอัลเฟรดตอบพลางนั่งลงบนโซฟา  มือเกาพุงเจ้าเหมียวที่นั่งตักอยู่ ก่อนจะมองอาเธอร์ที่นั่งลงข้าง ๆ แล้วหันกลับมามองเจ้าเหมียวอีกครั้ง ก่อนจะอุ้มแมวตัวนั้นขึ้นมา ยื่นให้อดีตผู้ปกครองที่มองอย่างงง ๆ

 

อะไรเหรอ

 

เล่นกับมันมั้ย

 

เอาสิ

 

นัยน์ตาสีมรกตของร่างบางดูสดใสขึ้นมากหลังจากที่เล่นกับเจ้าแมวเหมียวตัวนั้น จนเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าใสที่มองอย่างเอ็นดูเริ่มรู้สึกอิจฉาแมวตะหงิด ๆ แต่รอยยิ้มก็ยังคงประดับอยู่

 

อัลฟ์

 

หือ

 

นายไปพาฉันมาทำไมเนี่ย อย่าบอกนะว่าเลี้ยงแมวไม่เป็นเลยให้ฉันมาสอนน่ะอาเธอร์ถามพลางอุ้มเจ้าตัวมีขนลงไปไว้บนพื้น ก่อนจะหันมาจ้องหน้าอดีตน้องชายเขม็ง

 

เปล่าหรอก ก็แค่อยากบอกว่า...เอ่อ...คือ... คิ้วหนาของอาเธอร์ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที สีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

 

ถ้านายไม่พูด ฉันจะกลับล่ะนะหญิงสาวร่างเล็กลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะเดินตรงไปทางประตู

 

เดี๋ยวสิ อาเธอร์อัลเฟรดร้อง พลางดึงข้อมือของหญิงสาวอีกคนเอาไว้

 

อะไร

 

เอ่อ...คือว่า ฉัน...อัลเฟรดตะกุกตะกัก เธอทำใจมานานแล้วนะว่าต้องพูดน่ะ แต่ทำไมพอเอาเข้าจริงมันพูดไม่ออกเลยล่ะ

 

ฉัน... ขอเวลาทำใจก่อนนะ!”หญิงสาวร่างสูงหันหลังวิ่งหนีขึ้นข้างบน ทิ้งอีกคนที่ยืนค้างอยู่เพียงลำพัง

 

อะไรของมันอาเธอร์พูดเบา ๆ พร้อมสีหน้าหงุดหงิด กระแทกตัวนั่งลงไขว่ห้างบนโซฟา โดยมีเจ้าแมวเหมียวตัวน้อยคลอเคลียอยู่ใกล้ ๆ

 

 

ทำไงดีล่ะ พูดไม่ออกเลยอีกทางด้านหนึ่งอัลเฟรดในร่างของหญิงสาวสุดเซ็กซี่ก็เดินไปเดินมาวนรอบห้องนอนของตนอย่างกลุ้มใจ นี่เธอลากอาเธอร์มาที่นี่แล้วนะ ทำใจตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ไหงถึงพูดไม่ออกก็ไม่รู้

 

ก๊อก ก๊อก...อัลเฟรด เป็นอะไรรึเปล่าน่ะเสียงของคนที่เธออุตส่าห์ถ่อไปพามาจากอังกฤษดังขึ้นหน้าประตู ให้คนที่อยู่ข้างในสะดุ้งโหยง

 

ปะ เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร

 

แล้วนายจะบอกอะไรฉันเนี่ย อยู่ดี ๆ ก็วิ่งหนีขึ้นมาน่ะ ทำอย่างกับจะสารภาพรักงั้นแหละเสียงที่พูดกลั้วหัวเราะ ทำให้ลมหายใจของคนในห้องสะดุด ติดขัดขึ้นมาทันที

 

...นั่นก็หมายความว่า นายไม่คิดอะไรเลยสินะ...

 

นี่ อัลฟ์ มีอะไรกันแน่น่ะ

 

...ก็มีน่ะสิ แต่คงไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง... ห้วงความคิดที่ดำเนินไป พร้อมกับน้ำสีใสที่เริ่มคลอหน่วย และไหลลงมาอาบแก้มอย่างหยุดไม่ได้

 

ฉันเข้าไปล่ะนะแล้วอาเธอร์ก็เปิดประตูผัวะเข้ามา ก่อนจะนิ่งค้างเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้  ก่อนจะรีบเข้ามาหา

 

อัลฟ์เป็นอะไร ใครทำอะไรนาย บอกฉันมา บอกฉันมาสิ ว่าใครทำอะไรนาย!!”อาเธอร์ถามพลางจับไหล่ทั้งสองข้างของอัลเฟรดไว้ นัยน์ตาสีเขียวมรกตมองคนตรงหน้าอย่างเป็นห่วง ถึงแม้ว่าเธอจะเคยเจ็บเพราะคนตรงหน้ามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เธอก็ยังรักคน ๆ นี้อยู่ดี

 

มะ ไม่มีอะไรหรอก ฝุ่นมันเข้าตาน่ะอัลเฟรดแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ทั้งที่รู้ว่ายังไงก็ปิดอาเธอร์ไม่ได้อยู่ดี แต่เธอก็ไม่อยากให้อดีตผู้ปกครองรู้นี่นะ ว่าเธอร้องไห้เพราะอะไร

 

อย่ามาโกหกฉัน อัลเฟรด ฉันเลี้ยงนายมากับมือทำไมจะไม่รู้ว่านายร้องไห้...มีอะไรรึเปล่า เล่าให้ฉันฟังก็ได้นะ

 

...ได้โปรดเถอะ อย่าพูดแบบนั้นได้มั้ย มันมีแต่ตอกย้ำว่าฉันเป็นเพียงน้องของนาย...

 

อัลเฟรด ทำไมเงียบไปล่ะ...อย่าเอาแต่ร้องไห้สิ ใครทำอะไรนาย บอกฉันมา

 

...ก็ถ้าฉันบอกว่าเป็นเพราะนาย นายจะโกรธฉันมั้ย อาเธอร์...

 

อาเธอร์...ฉัน...รักนายนะ...ร่างบางชะงักค้างทันที คำพูดที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากของคนตรงหน้า ทำให้เธอคิดว่าเธอกำลังฝันไป

 

ขอโทษ ขอโทษที่คิดอะไรบ้า ๆ แบบนี้ แต่ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้จริง ๆ ขอโทษ...อัลเฟรดพูดแล้วร้องไห้หนักกว่าเดิม อาเธอร์จะต้องเกลียดเธอมากแน่ ๆ เธอไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นนะ

 

ขอโทษทำไมล่ะ ฉันยังไม่ได้บอกสักคำว่านายผิดหญิงสาวร่างสูงชะงักทันที นัยน์ตาสีอความารีนที่รื้นด้วยน้ำตาช้อนขึ้นมองสบกับนัยน์ตาสีมรกต

 

ฉันก็รักนายนะ อัลเฟรดนัยน์ตาสีท้องฟ้าของประเทศมหาอำนาจเบิกกว้างทันที ก่อนที่เจ้าของเรือนผมสีทองยาวจะโผเข้ากอดเธอ แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบอีกฝ่ายแทบไม่ทัน

 

อาเธอร์เงยหน้ามองเจ้าของอ้อมกอดด้วยรอยยิ้ม มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาอีกฝ่ายอย่างเบามือ จากนี้ก็ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ

 

อื้อ

 

 

ขณะที่อาเธอร์กับอัลเฟรดกำลังสารภาพรักกันอยู่นั้น ฟรานซิสก็กำลังดื่มไวน์อยู่ภายในบ้านเพียงคนเดียว

 

น่าเบื่อจังพูดกับตัวเองเบา ๆ ด้วยสีหน้าค่อนไปทางหงุดหงิดเล็กน้อย ในใจนึกอิจฉาอัลเฟรดกับอาเธอร์ ก็แหงล่ะ คนที่แนะนำให้อัลเฟรดไปสารภาพรักกับอาเธอร์ก็เธอเองนี่นา เธอดูออกหรอกว่าสองคนนั้นรักกันแค่ไหน แต่แค่ไม่รู้เท่านั้นเองว่าอีกฝ่ายก็รักตน และเป็นเหตุผลให้เธอมานั่งแหง่วที่บ้านเพียงคนเดียว

 

รู้งี้น่าจะตามไปแอบดูสองคนนั้นสวีทกัน ดูสิ เหลือคุณพี่คนเดียวทุกทีมือบางยกแก้วไวน์ในมือขึ้นจิบ มืออีกข้างก็เล่นดอกกุหลาบสีแดงสดในแจกัน ก่อนจะหยิบดอกกุหลาบดอกนั้นออกมามอง

 

คุณพี่เองก็อยากมีคนรักกับเขาบ้างจัง อยู่คนเดียวมันน่าเบื่อจริง ๆฟรานซิสถอนหายใจ เอาดอกกุหลาบไปไว้ในที่ที่มันควรอยู่

 

แต่ก็เอาเหอะ โชคดีละกันนะ หนูน้อยทั้งสองฟรานซิสเอ่ยเบา ๆ ก่อนจะเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหยิบขวดไวน์ขวดใหม่มาจิบแทนขวดเก่าที่หมดไป...

 

 

อืมเสียงครางเบา ๆ จากชายหนุ่มผมสีทองที่นอนหลับอยู่บนเตียง ยามแสงแดดเล็ดลอดเข้ามาจากทางหน้าต่าง นัยน์ตาสีน้ำเงินราวมหาสมุทรค่อย ๆ เปิดขึ้น ก่อนจะเบิกกว้างเมื่อรับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป

 

คุณพี่กลับมาเป็นผู้ชายแล้ว! อย่างนี้มันต้องฉลองสินะ...ว่าแต่ เจ้าเด็กน้อยสองคนนั้น ก็ต้องกลับมาเป็นผู้ชายด้วยสินะแล้วคุณพี่นักรักก็รีบคว้าโทรศัพท์ กดหาอดีตน้องชายข้างบ้านทันที

 

ฮัลโหล อาเธอร์เหรอ นี่คุณพี่เองนะ นายกลับมาเป็นผู้ชายแล้วใช่มั้ย...อะไรนะ เปล่างั้นเหรอ แล้วทำไมคุณพี่ถึงกลับเป็นผู้ชายได้ล่ะ...หืม อัลเฟรดก็ยังไม่กลับเป็นผู้ชายงั้นเหรอ แล้วนายรู้ได้ไงน่ะ...ไม่ต้องมาปากแข็งหรอก อัลเฟรดจะโทรมาบอกได้ยังไงกันในเมื่อตอนนี้ที่บ้านหมอนั่นยังไม่เช้าเลยไม่ใช่เหรอ เมื่อคืนนี้ไปค้างที่บ้านหมอนั่นล่ะสิ...แหม ไม่ต้องมาทำเป็นปากแข็งหรอก คุณพี่ไม่รบกวนเวลาสวีทแล้วล่ะ อ้อ!อย่าลืมนะ วันนี้มีประชุมฝ่ายสัมพันธมิตรนะ โชคดีล่ะและแล้วคุณพี่ก็วางหู จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องน้ำอย่างสบายใจ...

 

 

เธอสองคน ยังไม่กลับร่างเดิมอีกเหรอเสียงอีวานที่ดังขึ้นด้านหลัง เรียกให้อัลเฟรดและอาเธอร์ที่เดินอยู่ด้านหน้าหันกลับมา

 

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วยล่ะ อีวานอัลเฟรดตอบพร้อมรอยยิ้มกวน อาเธอร์เองถึงจะสะกิดหญิงสาวไว้ว่าอย่าไปมีเรื่อง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะส่งสายตาไม่ไว้วางใจไปที่อีวาน

 

นายพูดแบบนี้ หมายความว่านายรู้อะไรใช่มั้ยอาเธอร์ถามเสียงเรียบ ในใจนึกสงสัยปนระแวง หรือว่าจะเป็นฝีมือของหมอนี่

 

ก็มันเป็นฝีมือของผมเองนี่นา เดิมทีผมตั้งใจจะสาปอัลเฟรดเล่น ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอสองคนมาติดร่างแหไปด้วยซะอย่างนั้นอีวานตอบพร้อมรอยยิ้มตามปกติบนใบหน้า

 

นายสาปอัลเฟรด แต่มันเกี่ยวอะไรกับฉันและอาเธอร์ที่มาติดร่างแหไปไม่ทราบเสียงคุณพี่พูดเย็น ๆ ดังขึ้นมาพร้อมกับที่เจ้าตัวเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ อัลเฟรด

 

ก็คำสาปนี้มีผลทำให้คนที่ถูกสาปเปลี่ยนเพศไป 3 วัน 3 คืน แต่มันก็มีผลข้างเคียง คือ ก่อนที่จะโดนสาป 5 นาที หากมีใครไปแตะตัวผู้ถูกสาป ก็จะพลอยโดนคำสาปไปด้วย...นัยน์ตาสามคู่เบิกกว้างทันที

 

...ตอนนั้น อาเธอร์โผเข้ากอดเรา ส่วนฟรานซ์ก็วัดไข้เรานี่นา...

 

ส่วนที่เธอสองคนไม่กลับคืนร่างเดิมเมื่อครบสามวัน แสดงว่าพวกเธอ...คงจะไปมีอะไรกันมาสินะคราวนี้อาเธอร์ถึงกับต้องจับแขนอัลเฟรดไว้แน่น เพื่อพยุงไม่ให้ตัวเองล้ม

 

อาเธอร์ ไม่เป็นไรนะหญิงสาวร่างเล็กส่ายศีรษะเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร นัยน์ตาสีฟ้าใสของอัลเฟรดตวัดมองไปทางร่างสูงอย่างขุ่นเคือง ร่างสูงที่บัดนี้หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า

 

ผมล้อเล่นน่ะ พวกเธอจะไปทำอย่างนั้นได้ยังไงกันล่ะ จริงมั้ย ที่เธอสองคนไม่กลับคืนร่างเดิมน่ะเป็นเพราะมันเป็นผลข้างเคียงอย่างที่สองอย่างไรล่ะ

 

ผลข้างเคียงอย่างที่สอง?

 

ใช่ เพราะพวกเธอโดนคำสาปพร้อมกันสามคน สองในสามจะกลายเป็นผู้หญิงตลอดไปไง

 

ฟรานซิสแอบถอนหายใจเบา ๆ นึกขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เขารอดมาได้ แต่ก็นึกขอโทษอัลเฟรดกับอาเธอร์ที่ตนเองรอดมาได้เพียงคนเดียว ชายหนุ่มมากรัก เดินพลิ้วเข้าห้องประชุมก่อนที่จะมีเสียงกรีดร้องดังมาจากคนที่เพิ่งตั้งสติได้

 

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย!!”

 

 

 

End.

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบแล้วค่ะ

จบแบบที่ตัวเองดันจิ้นคู่พี่น้อง เวลส์ x อาเธอร์ ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

แถมดันจิ้น เอย์เบย์อีก //โดนแม่ยกเบย์เอย์กระทืบ

 

ว่าแต่ว่า มีใครได้ไปงานแต่งงานของเบย์เอย์บ้างคะ เล่าสู่กันฟังมั่งสิ เราอดไปค่ะ  T  T